วันอังคารที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2551

แอร์เอเซียจับมือ ททท.เปิดตัวแคมเปญ"ไม่เป็นไร ไทยแลนด์" มอบบัตรโดยสารฟรี 100000 ที่นั่ง

สายการบินแอร์เอเซียร่วมกับ ททท.ประกาศเปิดตัวแคมเปญสุดคุ้มทั่วภูมิภาคเอเซียมีชื่อว่า " Get your Bath to Thailand" "Mai Phen Rai Thailand" และ "Same Same Thailand"เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวตลอดจนการค้าการลงทุนในไทย มอบตั๋วโดยสารฟรี 100000 ที่นั่ง เมื่อสำรองที่นั่งจากประเทศมาเลเซีย(กัวลาลัมเปอร์ และ ยะโฮร์) ประเทศไทย(กรุงเทพ) และ อินโดนีเซีย (จาการ์ต้า)
ดาโต๊ะ ศรีโทนี่ เฟอร์นันเดส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม สายการบินแอร์เอเซีย และนางพรศริ มโนหาญ ร่วมกันเปิด แคมเปญดังกล่าวเนื่องจากเห็นว่ามีส่วนอย่างมากต่อการกระตุ้นนักท่องเที่ยวและเป็นการเรียกความเชื่อมั่นให้กลับคืนมาโดยเร็ว หวังดึงนักท่องเที่ยวเข้า 2 ล้านคน ใน 4 เดือนข้างหน้า สำหรับแคมเปญบัตรโดยสารฟรี 100000 ที่นั่ง มูลค่า 200 ล้านบาท นอกจากนี้ยังเตรียมงบโฆษณาตลอดทั้งปีอีกกว่า 80 ล้านบาท ล่าสุดเตรียมเปิดตัวเพลง "ไม่เป็นไร ไทยแลนด์" และภาพยนตร์โฆษณาเร็วๆ นี้

บัตรโดยสารฟรี 100000 ที่นั่งนี้ คลอบคลุมเส้นทางบินระหว่างประเทศของแอร์เอเซียได้แก่ กรุงเทพ-เวียดนาม (โฮจิมินซิตี้และฮานอย) เส้นทางกัมพูชา (พนมเปญ) สหภาพพม่า(ย่างกุ้ง)จาการ์ต้า มาเลเซีย(กัวลาลัมเปอร์ ปีนัง ยะโฮบาห์รู) สิงคโปร์ จีน (เซินเจิ้น ฮ่องกง มาเก๊า) และจากภูเก็ตไปยังสิงคโปร์
สำหรับเส้นทางบินภายในประเทศได้แก่ กรุงเทพ-ภูเก็ต กระบี่ สุราษฎร์ธานี หาดใหญ่ เชียงใหม่ เชียงราย อุบลราชธานี นครศรีธรรมราช นราธิวาส และ ระนอง
ผู้ที่สนใจสามารถจองตั๋วฟรีดังกล่าวผ่านระบบออนไลน์เท่านั้นที่ www.airasia.com ในระหว่างวันที่ 17-19 ธันวาคม 2551 โดยสามารถเลือกเดินทางได้ระหว่าง 6 มกราคม-31 มีนาคม 2552

ธนาคารนครหลวงไทย ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยตั๋วแลกเงิน และดอกเบี้ยสินเชื่อ


นายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย เงินฝากประจำลงอีก 1% โดยอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ ประเภท 3 เดือน 6 เดือน (ทุกวงเงิน) เท่ากับ 1.75% จากเดิม 2.75% ประเภท 12 เดือน (ทุกวงเงิน) เท่ากับ 2% จากเดิม 3% ประเภท 24 เดือน 36 เดือน (ทุกวงเงิน) เท่ากับ 2.75% จากเดิม 3.75% เงินฝากประจำทวีค่า ประเภท 24 เดือน และ 36 เดือน เท่ากับ 2.75% จากเดิม 3.75% เงินออมปลอดภาษี 3 ประเภท 24 เดือน และ 36 เดือน เท่ากับ 2.50% จากเดิม 3.50% อัตราดอกเบี้ยตั๋วแลกเงิน อายุตั๋วแลกเงินประเภท 7 วัน 14 วัน และ 1 เดือน เท่ากับ 1.75% จากเดิม 2.75% อายุตั๋วแลกเงินประเภท 3 เดือน เท่ากับ 2.375% จากเดิม 3% อายุตั๋วแลกเงิน 6 เดือน เท่ากับ 2.375% จากเดิม 3.25% และอายุตั๋วแลกเงิน 12 เดือน เท่ากับ 2.50% จากเดิม 3.50% ทั้งนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2551

สำหรับอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อ ปรับลดลง 0.50% โดยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้า รายใหญ่ชั้นดี (MLR) เท่ากับ 7.00% ต่อปี จากเดิม 7.50% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าเบิกเกินบัญชี (MOR) เท่ากับ 7.25% ต่อปี จากเดิม 7.75% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) เท่ากับ 7.50% ต่อปี จากเดิม 8.00% ต่อปี ทั้งนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2551 เป็นต้นไป

สำหรับในช่วงเทศการปีใหม่นี้ธนาคารได้สำรองเงินสดสำหรับตู้เอทีเอ็มทั่วประเทศและสาขาที่เปิดบริการในวันหยุด เพื่อรองรับการใช้จ่ายสำหรับประชาชนในช่วงวันหยุดของเทศกาลปีใหม่ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2551 – 4 มกราคม 2552 รวม 5,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นการสำรองเงินเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเชื่อว่าจะเพียงพอกับความต้องการใช้เงินของประชาชน เนื่องจากในช่วงเทศกาลปีใหม่ของปีนี้มีวันหยุดต่อเนื่องถึง 5 วัน ประกอบกับคาดการณ์ว่าปริมาณการเบิกถอนเงินของประชาชนน่าจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยอันเป็นผลมาจากสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันและในปี 2552 ซึ่งทำให้ประชาชน เพิ่มความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากกว่าปกติ

ธนาคารทหารไทย จัดโครงการอบรมนักลงทุนรุ่นเยาว์ รุ่นที่ 25


ธนาคารทหารไทยเปิดรับสมัคร นิสิต นักศึกษา ที่เป็นทายาทธุรกิจเข้าอบรม “โครงการนักลงทุนรุ่นเยาว์” รุ่นที่ 25 หวังปั้นเยาวชนให้มีแนวคิดในการสร้างแผนธุรกิจ และนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับกิจการของครอบครัว คาดมีผู้สนใจเข้าสมัครกว่า 1,500 ราย
นายปพนธ์ มังคละธนะกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดและผลิตภัณฑ์ธุรกิจเอสเอ็มอี ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)เปิดเผยว่า ตามที่ธนาคารทหารไทย มีนโยบายส่งเสริมการพัฒนาคนรุ่นใหม่ให้มีศักยภาพในด้านการเป็นผู้ประกอบการ จึงได้จัด “โครงการนักลงทุนรุ่นเยาว์” รุ่นที่ 25 ประจำปี 2552 ซึ่งเป็นโครงการที่เปิดให้ นิสิต นักศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปี 3 ขึ้นไป จากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ไม่จำกัดสาขาวิชา เข้าสมัครเพื่อรับการอบรมแผนธุรกิจ ให้มีความรู้ความสามารถพร้อมที่จะเติบโตขึ้นเป็นผู้ประกอบการที่มีคุณภาพในอนาคตได้



โดยธนาคารจะเปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมโครงการระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม 2551 – 30 มกราคม 2552 และจะสอบคัดเลือกผู้สมัครที่มีคุณสมบัติเหมาะสมจำนวน 80 คน เพื่อเข้ารับการอบรม และจะทำการอบรมระหว่างวันที่ 19 มีนาคม - 30 เมษายน 2552 ณ ธนาคารทหารไทย อาคารสำนักงานใหญ่ ทั้งนี้ คาดว่าจะมีนิสิต นักศึกษา ให้ความสนใจมาสมัครเป็นจำนวน กว่า 1,500 คน อย่างเช่นทุกปีที่ผ่านมา ซึ่งผู้ที่ผ่านการอบรมทุกคนจะได้รับวุฒิบัตรผ่านการอบรมโครงการนักลงทุนรุ่นเยาว์ และผู้ที่ชนะการแข่งขันทำแผนธุรกิจจะได้รับโล่ชนะเลิศแผนธุรกิจยอดเยี่ยมประจำปีอีกด้วย



สำหรับเนื้อหาการอบรมในโครงการ ประกอบด้วย การเตรียมความพร้อมในการประกอบธุรกิจ การจัดหาแหล่งเงินทุน ความรู้พื้นฐานด้านการประกอบธุรกิจ และการจัดทำแผนธุรกิจที่เป็นหัวใจสำคัญของการเป็นนักลงทุน โดยจะมีการจัดกลุ่มทำแผนธุรกิจเพื่อประกวดกันระหว่างผู้เข้ารับการอบรม รวมทั้งยังมีนักธุรกิจและผู้ชำนาญการมาถ่ายทอดประสบการณ์ตรงในการประกอบธุรกิจ ซึ่งเชื่อว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยให้ นิสิต นักศึกษา ที่ผ่านการอบรมสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ให้เกิดประโยชน์กับกิจการของครอบครัว หรือเป็นผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในอนาคตได้



ผู้ที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการนักลงทุนรุ่นเยาว์ สามารถอ่านรายละเอียด พร้อมทั้งสมัครได้ที่เว็บไซต์ www.tmbbank.com หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร.02 242 3692 และ 02 242 3736



วันพุธที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2551

TMB ปรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝาก แต่ยังมีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่


นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารได้ปรับอัตราดอกเบี้ยลง ทั้งเงินให้สินเชื่อและเงินฝาก เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม เป็นต้นไป
โดยธนาคารได้ปรับอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อลดลง ดังนี้

1. อัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) ปรับลดจาก 7.50% เป็น 7.00% ต่อปี

2. อัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) ปรับลดจาก 8.00% เป็น 7.50% ต่อปี

3. อัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) ปรับลดจาก 8.00% เป็น 7.75 % ต่อปี



สำหรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ธนาคารได้เปลี่ยนแปลง ดังนี้

1. เงินฝากออมทรัพย์ธนกิจ สำหรับลูกค้าทุกประเภท เป็น 0.75% - 1.75% ต่อปี

2. เงินฝากประจำทั่วไปสำหรับลูกค้าทุกประเภท

- ประเภท 3 เดือน เป็น 1.50% - 2 % ต่อปี

- ประเภท 6 เดือน เป็น1.75% ต่อปี

- ประเภท 12 เดือน เป็น1.75% - 2.00 % ต่อปี

- ประเภท 24 – 36 เดือน เป็น 2.50% – 2.75 % ต่อปี

3. เงินฝากประจำธนกิจสำหรับลูกค้าทุกประเภท

- ประเภท 7, 14, 21 วัน และ 1-2 เดือน เป็น 1.75% ต่อปี

อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังมีโปรโมชั่นพิเศษให้สำหรับลูกค้ารายใหม่ที่เปิดบัญชีออมทรัพย์ TMB Lion Saving ในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% ต่อปี เป็นเวลา 4 เดือน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.tmbbank.com TMB Phone banking 1558 ทุกสาขาทั่วประเทศ
ธนาคารทหารไทยแจ้งว่า ธนาคารมีความยินดีที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ เอสแอนด์พี (S&P) ได้ปรับเพิ่มแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารเป็น มีเสถียรภาพ (Stable) และยังคงอันดับเครดิตเรทติ้งของคู่สัญญา “Counterparty Credit Ratings” ที่ระดับ “BB+/B”

SCIB ปรับโฉมเครื่องแบบใหม่ New Look New Life (Style)


ธนาคารนครหลวงไทยปรับโฉมภาพลักษณ์ใหม่ ต้อนรับปี 2009 ด้วยชุดเครื่องแบบพนักงานที่เน้นความทันสมัยและความคล่องตัวในการทำงาน รองรับรูปแบบสาขาใหม่ในต้นปีหน้า
นายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารได้มีแผนในการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของธนาคารและบริษัทในเครือในปี 2552 โดยเน้นความทันสมัย มีเอกลักษณ์ ซึ่งในก้าวแรก ธนาคารได้มีการเปลี่ยนเครื่องแบบพนักงานใหม่ทั้งชายหญิงที่เน้นความทันสมัยและความคล่องตัวในการทำงาน ธนาคารได้มอบความไว้วางใจให้ “คุณพิจิตรา บุณยรัตพันธุ์” ดีไซน์เนอร์ชื่อดัง เป็นผู้ออกแบบ สำหรับลายผ้าของเครื่องแบบใหม่เป็นลาย Graphic 4 สี ได้แก่ สีแดง สีฟ้า สีเหลือง และสีเทา โดยทุกสีล้วนมีความหมาย คือ “สีแดง” แสดงถึงความกระฉับกระเฉง และเปี่ยมไปด้วยพลัง “สีฟ้า” แสดงถึงความสงบ ความจริงใจและซื่อตรง “สีเหลือง” แสดงถึงความฉลาด มองโลกในแง่ดี เป็นสีที่บ่งบอกในเรื่องของการติดต่อสื่อสาร และ “สีเทา” แสดงถึงความหนักแน่น มั่นคง ช่วยเสริมความมาดมั่นในตัวผู้สวมใส่ ซึ่งเครื่องแบบใหม่นี้มีทั้งหมด 3 รูปแบบ ให้เหมาะกับลักษณะของการปฏิบัติงาน ได้แก่ แบบพิธีการ แบบปฏิบัติการสาขา Modern Branch และแบบปฏิบัติการภาคสนาม
นอกจากการปรับเปลี่ยนเครื่องแบบพนักงานใหม่แล้ว ธนาคารยังมีแผนปรับเปลี่ยนในด้านต่างๆ ไปพร้อมๆ กันอย่างต่อเนื่อง โดยจะทำการปรับรูปแบบสาขาทั้งภายในและภายนอกให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และมีเอกลักษณ์เฉพาะ มี Concept ที่ชัดเจน ซึ่งจะสะท้อนในรูปของงานดีไซน์ที่มีการเลือกสรรเฟอร์นิเจอร์ ป้าย และองค์ประกอบต่างๆ ทั้งนี้จะเน้นความสะดวกสบายของลูกค้าเมื่อมาใช้บริการ” นายชัยวัฒน์กล่าว
สำหรับการปรับรูปแบบสาขา ธนาคารได้คัดเลือกบริษัทที่มีความเป็นสากลและมีประสบการณ์ด้านการออกแบบ (Design) และการก่อสร้างชั้นแนวหน้า ทั้งในประเทศและต่างประเทศให้เป็นผู้ดำเนินการออกแบบงาน Interior โดยใช้แนวคิดในการออกแบบและรูปแบบที่สวยงามสอดคล้องกับอัตลักษณ์ (Identity) ของธนาคาร เน้นการปรับพื้นที่ส่วนของลูกค้าให้มากขึ้น มีลักษณะโปร่ง โล่ง ใช้โทนสีแดงและขาวเป็นหลัก เสริมด้วยวัสดุมันวาวที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานผสมผสานกับ Graphic และแฟชั่นในปัจจุบัน เน้นให้เกิดบรรยากาศสบายเป็นกันเอง ส่งผลให้เกิดความเป็นเอกลักษณ์ที่ลงตัว และจะเสริมด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัยสำหรับรองรับลูกค้า ทั้งนี้ ธนาคารได้คัดเลือกสาขาต้นแบบทั้งหมด 26 สาขา จากเขตนครหลวงและเขตภูมิภาค เพื่อทำการปรับปรุงตามโครงการปรับภาพลักษณ์ใหม่ ซึ่งสาขาที่จะเริ่มดำเนินการก่อน ได้แก่ สาขาชาญอิสสระ (พระราม 4) และสาขาศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ประมาณเดือนมีนาคม 2552

วันอังคารที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ธนาคารทหารไทย จับมือ บางจาก ทำpackageทางการเงินเต็มรูปแบบกว่า 1500ล้านบาท



เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2551 นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย จำกัด(มหาชน) และ ดร.อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามในสัญญาความร่วมมือแพคเกจทางการเงินเต็มรูปแบบ ครอบคลุมสินเชื่อเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง และสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันบางจากกว่า 1500 บาท
สำหรับการให้บริการทางการเงินแบบครบวงจร Total Financial Solution Package ให้กับบริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน) ประกอบด้วยสินเชื่อเพิ่มสภาพคล่องใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจกว่า 1400 ล้านบาท(Credit Facility) และการให้บริการTMB CASH MANAGEMENT ประกอบด้วยการให้บริการ Payment ผ่านบริการธนาคารอิเลคทรอนิกส์ ครอบคลุมถึงการบริการออกเช็คอัตโนมัต (CHEQUE PAYMENT) เพื่อสั่งจ่ายแก่หน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาษี กองทุนน้ำมัน และเจ้าหนี้การค้าทั่วไป และบริการโอนเงินเพื่อชำระสินค้าและค่าบริการให้แก่คู่ค้าของบริษัทที่มีบัญชีกับธนาคารทหารไทย หรือธนาคารอื่น
นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือในโครงการสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการสถานีน้ำมัน(Buyer Financing to BCPas Station) ซึ่งเป็นวงเงินกู้เบิกเกินบัญชีแบบไม่มีหลักประกัน(O/D Clean) วงเงินรวมประมาณ 100 ล้านบาท โดยพิจารณาให้สินเชื่อสูงสุด 2 ล้านบาท/ราย
สำหรับคุณสมบัติของลูกค้าที่อยู่ในเกณฑ์ขอสินเชื่อในโครงการนี้ต้องเป็นผู้แทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งจาก บริษัท บางจากฯ อย่างเป็นทางการและเป็นลูกค้าชั้นดี รวมทั้งเป็นลูกค้าที่มีวงเงินสินเชื่อ เช่น วงเงินเบิกเกินบัญชี O/D,RPN หรือ B/Eกับธนาคารทหารไทย หรือสถาบันการเงินอื่น เพื่อซื้อน้ำมันจากบริษัท บางจากฯ