วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2552

TMB Bankร่วมกับ ING จัดงานเดิน - วิ่งการกุศล “ทีเอ็มบี ไอเอ็นจี มินิ - ฮาล์ฟมาราธอน 2009”


นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TMB เปิดเผยว่า ธนาคารร่วมกับบริษัท ไอเอ็นจีประกันชีวิต จำกัด ชมรมเดิน – วิ่งเพื่อสุขภาพธนาคารทหารไทย และมูลนิธิธนาคารทหารไทย จัดกิจกรรมเดิน–วิ่งการกุศล “ทีเอ็มบี ไอเอ็นจี มินิ-ฮาล์ฟมาราธอน 2009” ในวันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน 2552 เวลา 05.30 น. ณ กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหาทุนมอบให้กับมูลนิธิธนาคารทหารไทยอีกส่วนหนึ่งจะมอบเป็นทุนช่วยเหลือเด็กติดเชื้อเอดส์ เด็กกำพร้า วัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี และมอบเป็นทุนสนับสนุนแก่นักเรียนโรงเรียนในเขตถิ่นทุรกันดาร จังหวัดสุโขทัยนอกจากนี้ บริษัท ไอเอ็นจีประกันชีวิต จำกัด ได้มอบรางวัลกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุ ทุนประกันละ 1,000,000 บาท สำหรับผู้ชนะการแข่งขัน 5 อันดับแรก ประเภทชายและหญิง รวม 10 ทุน ในระยะทาง 21.1 กิโลเมตร และทุนประกันละ 500,000 บาท สำหรับผู้ชนะการแข่งขัน 5 อันดับแรก ประเภทชายและหญิง รวม 10 ทุน ในระยะทาง 10.5 กิโลเมตร
ทีเอ็มบี ไอเอ็นจี มินิ-ฮาล์ฟมาราธอน 2009” แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ฮาล์ฟมาราธอน ระยะทาง 21.1 กิโลเมตร ปล่อยตัวเวลา 05.30 น. มินิมาราธอน ระยะทาง 5 และ 10.5 กิโลเมตร ปล่อยตัวเวลา 06.00 น. และเดินเพื่อสุขภาพ ระยะทาง 2 กิโลเมตร ปล่อยตัวเวลา 06.10 น. ไม่จำกัดเพศและอายุ โดยจะวิ่งลอดอุโมงค์ใต้ดินที่ยาวที่สุดในกรุงเทพฯ บริเวณข้างกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ บางเขน
รางวัลและของที่ระลึกมีดังนี้ - นักวิ่งทั่วไป 10.5 และ 21.1 กิโลเมตร ที่ชนะการแข่งขันอันดับ 1-5 ชายและหญิง โอเวอร์ออล จะ
ได้รับรางวัลกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุ เป็นระยะเวลา 1 ปี
- นักวิ่งทั่วไป 10.5 และ 21.1 กิโลเมตร ที่ชนะการแข่งขันอันดับ 1-5 ทุกกลุ่มอายุ ชายและหญิง จะ
ได้รับถ้วยเกียรติยศพร้อมเงินรางวัล อันดับ 6 ได้รับของที่ระลึก
- นักวิ่งทั่วไป 5 กิโลเมตร ที่ชนะการแข่งขัน อันดับ 1-5 ทุกกลุ่มอายุ ชายและหญิง จะได้รับถ้วย
เกียรติยศ อันดับ 6 ได้รับของที่ระลึก
ผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม สอบถามรายละเอียดและสมัครได้ที่ ชมรมเดิน–วิ่งเพื่อสุขภาพ ธนาคารทหารไทย สำนักงานใหญ่ โทร. 02 299 1379 หรือธนาคารทหารไทยทุกสาขาทั่วประเทศ และสปอร์ตวิชั่น โทร. 02 570 9599

วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ธนาคารนครหลวงไทยรุกสร้างภาพลักษณ์องค์กรครั้งใหญ่ผ่านสาขารูปแบบใหม่เน้นบริการด้วยใจ


ธนาคารนครหลวงไทยรุกสร้างภาพลักษณ์องค์กรเปิดที่ทำการสาขารูปแบบใหม่ด้วยการนำระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาประยุกต์หวังสร้างสรรค์การให้บริการที่ดีเยี่ยมและสะดวกสบายแก่ลูกค้าโดยมีแผนปรับปรุงสาขาระยะแรก จำนวน 15 แห่ง และเพิ่มตู้เอทีเอ็มอีก 100 เครื่องพร้อมใช้งบ 50 ล้านบาท จัดทำสื่อโฆษณาชุด “SCIB Heart : ก้าวไปกับคุณด้วยใจ”

นายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารตั้งเป้าที่จะเปิดที่ทำการสาขารูปแบบใหม่ตามโครงการปรับภาพลักษณ์องค์กรและบริษัทในเครือ (Corporate Re-Branding) และโครงการปรับปรุงระบบบริหารงานสาขา (Branch Business Transformation) เพิ่มอีก 15 สาขา โดยมีสาขาต้นแบบ 2 สาขา คือ สาขาชาญอิสสระทาวเวอร์ (พระราม 4) และสาขาศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ (อาคาร A) และติดตั้งเครื่องให้บริการเบิกถอนเงินสดอัตโนมัติ (เอทีเอ็ม) จำนวน 100 เครื่อง ส่งผลให้ตู้เอทีเอ็มรวมเป็น 1,720 เครื่องและมีแผนที่จะเปิดสาขาเพิ่มเฉลี่ยปีละ 15-20 แห่ง อย่างต่อเนื่องตามแผน 3 ปี (ระหว่างปี 2551-2553) จากปัจจุบันที่มีอยู่ทั้งหมด 63 สาขาทั่วประเทศ

รูปแบบสาขาใหม่ คือ การนำระบบเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมที่ทันสมัยมาประยุกต์เพื่อการให้บริการที่ดีเยี่ยมและสะดวกสบายแก่ลูกค้า รวมทั้งเพื่อเป็นการสร้างปริมาณและมูลค่าทางการตลาด ตลอดจนการใช้เป็นสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ เช่น การออกแบบส่วนบริการอัตโนมัติให้มีความโดดเด่นโดยใช้รูปทรงที่มีความทันสมัย เป็นธนาคารแรกที่นำเอาระบบการสัมผัสหน้าจอ (Interactive Touch Screen) เพื่อให้ลูกค้ากดเลือกใช้บริการและข้อมูลได้ตามความต้องการ การติดตั้งจอ LCD ขนาดใหญ่ในแนวดิ่งที่สามารถให้ภาพเคลื่อนไหวในจุดพักคอยสำหรับลูกค้าเพื่อแจ้งข้อมูลข่าวสารต่างๆ การใช้รูปภาพขนาดใหญ่ทั้งผนังเพื่อสื่อสารกับลูกค้าในเชิงภาพลักษณ์ของธนาคาร รวมทั้งช่วยส่งเสริมความสดใสให้กับบรรยากาศภายใน และการใช้ตัวเลขที่แสดงอยู่ที่พื้นมาเป็นลูกเล่นในการบ่งบอกช่องทางการให้บริการของธนาคารโดยไม่ต้องใช้ระบบคิว ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของเจ้าหน้าที่ต้อนรับลูกค้า (Greeter) จากเดิมที่ลูกค้าต้องกดบัตรคิวเพื่อรอรับการให้บริการตามลำดับก่อนหลัง” นายชัยวัฒน์ กล่าว

กูลิโกะ ปั้นแบรนด์โปเทโต้สปิคกี้ ประเดิมบุกตลาดมันฝรั่ง











นายยิโระ วาตะบิขิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยกูลิโกะ จำกัด ผู้นำผลิตภัณฑ์ขนมอบกรอบชนิดแท่งและบิสกิตระดับพรีเมี่ยม เปิดเผยว่า บริษัทได้ขยายตลาดสินค้าใหม่ในกลุ่มขนมขบเคี้ยว รูปแบบมันฝรั่งอบกรอบเป็นครั้งแรกในรอบ 39 ปีโดยใช้ชื่อแบรนด์ "โปเทโต้ สปิคกี้" ประกอบด้วย 4 รสชาติ คือ รสดั้งเดิม ,รสซาวครีมและหัวหอม ,รสชีส และรสน้ำพริกหนุ่ม เพื่อเจาะตลาดลูกค้ากลุ่มวัยรุ่น นักเรียนและนักศึกษา ขณะที่ช่องทางการวางตลาดนั้นจะเป็นห้างค้าปลีกสมัยใหม่หรือโมเดิร์นเทรด 50% และร้านค้าทั่วไป 50%




บริษัทมีการขยายโปรดักต์ไลน์นอกเหนือจากกลุ่มบิสกิต ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้นำตลาดครองส่วนแบ่งในตลาด 15% จากมูลค่า 7,000 ล้านบาท และช็อกโกแลต เป็นผู้นำตลาดครองส่วนแบ่ง 15% จากตลาด 3,500 ล้านบาท ส่วนการรุกตลาดมันฝรั่งทอดกรอบ เพื่อขยายไลน์สินค้าให้ครอบคลุมตลาดขนมสำเร็จรูปมูลค่า 3-3.5 หมื่นล้านบาท บริษัทได้ทุ่มงบ 50 ล้านบาท โฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านทางโทรทัศน์ มุ่งสื่อสารนวัตกรรมใหม่ของมันฝรั่งแบบแท่ง และจัดโรดโชว์ วันที่ 25-27 มิถุนายน และแจกสินค้าทดลองชิมกว่า 1 ล้านแท่ง ในย่านเพลินจิต สีลม สยาม และจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายกับร้านค้าตามตลาดต่างจังหวัด และเตรียมเปิดตัวแคมเปญ “Get Stick Get Fun II” นำชิ้นส่วนทุกผลิตภัณฑ์กูลิโกะส่งชิงโชค ระหว่างเดือนมิถุนายน-ตุลาคม นี้ เพื่อกระตุ้นยอดขาย




โปเทโต้ สปิคกี้ มันฝรั่งอบกรอบชนิดแท่ง ชูจุดเด่นด้วยการเน้นถึงคุณค่าสารอาหารโดยผ่านกระบวนการอบกรอบ ซึ่งดีกว่าทอดปราศจากสารโพลาร์ในน้ำมันทอดอันเป็นสาเหตุของโรคหัวใจและมะเร็ง




โปเทโต้ สปิคกี้ มีด้วยกัน 4 รสชาติคือ รสดั้งเดิม, รสซาวครีม และหัวหอม, รสชีส, และน้ำพริกหนุ่ม บรรจุภัณฑ์กล่อง ราคา 18 บาท

วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2552

32 ปี ดอกบัวคู่ มินิ-ฮาล์ฟมาราธอน

นาย ปิติ ลีเลิศพันธ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ดอกบัวคู่ จำกัด แถลงข่าวจัดกิจกรรม"เดิน-วิ่ง 32 ปี ดอกบัวคู่ มินิฮาฟมาราธอน" ของบริษัทต่อเนื่องเป็นปีที่3 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฉลองครบรอบ 32 ปีดอกบัวคู่และส่งเสริมให้ประชาชนออกกำลังกายเพื่อสุขภาพด้วยวิถีธรรมชาติ ซึ่งรายได้จากค่าสมัครจะไม่หักค่าใช้จ่าย โดยจะมอบสมทบ"มูลนิชัยพัฒนา"
สำหรับการแข่งขันแบ่งเป็น ฮาฟมาราธอน ระยะทาง 21.1 กม. ค่าสมัคร 300 บาท ปล่อยตัวเวลา 05.30 น.
มินิมาราธอน ระยะทาง 10 กม. ค่าสมัคร 200 บาท ปล่อยตัว 06.00 น.
และเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ ระยะทาง 5 กม. ค่าสมัคร 200 บาท ปล่อยตัว 06.10 น.
โดยรางวัลการแข่งขันผู้ชนะอันดับ 1-5 ระยะทาง 21.1 กม.จะได้รับถ้วยเกียรติยศดอกบัวคู่พร้อมเงินรางวัล 2000,1500,1000,800,800บาทตามลำดับ
ระยะทาง 10กม. อันดับ 1-5 จะได้รับถ้วยเกียรติยศดอกบัวคู่ พร้อมเงินรางวัล 1500,1000,700,500,500 บาทตามลำดับ
ระยะทาง 5 กม.อันดับ 1-5 ในรุ่นอายุไม่เกิน 12 ปีจะได้ถ้วยเกียรติยศดอกบัวคู่ ส่วนชมรมที่ส่งสมาชิกเข้าแข่งขันมากที่สุด 1-5 อันดับได้ถ้วยเกียรติยศดอกบัวคู่ ผู้สมัครทุกคนทุกระยะทางจะได้รับเสื้อวิ่ง 32 ปีดอกบัวคู่ มินิ-ฮาฟมาราธอนท่านละ 1 ตัว และเมื่อวิ่งถึงเส้นชัยทุกท่านมีสิทธิลุ้นของรางวัลเครื่องใช้ไฟฟ้าและของรางวัลอื่นๆมากมายงานเดิน-วิ่ง 32 ปี ดอกบัวคู่ มินิฮาฟมาราธอนจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2552ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม เดิน-วิ่ง 32ปี ดอกบัวคู่มินิ-ฮาฟมาราธอน สมัครได้ที่บริษัท ดอกบัวคู่ จำกัด(หน้าสวนหลวงร.9) โทร 02-743-4000

วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2552

The New Panorama Restaurant and The Finishing Post at Pan Pacific Bangkok


Pan Pacific Bangkok952 Rama IV Road, Bangkok 10500, Thailand

SCIB เสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 5.5-6.5% ต่อปี


ธนาคารนครหลวงไทย เสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิอายุ 10 ปี แก่นักลงทุนรายย่อยทั่วไปและประเภทสถาบัน เสนอผลตอบแทนในอัตราแบบก้าวหน้า จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ปีที่ 1-3 อัตราดอกเบี้ย 5.5% ต่อปี ปีที่ 4-7 อัตราดอกเบี้ย 6.0% ต่อปี ปีที่ 8-10 อัตราดอกเบี้ย 6.5% ต่อปี จองซื้อขั้นต่ำ 1 แสนบาท ระหว่างวันที่ 15-18 มิ.ย. 2552

สำหรับผู้ที่สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ธนาคารนครหลวงไทยทุกสาขาทั่วประเทศ และ SCIB Contact Center 0-2828-8000 และ http://www.scib.co.th/ ทั้งนี้ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนที่ควรจะศึกษาความเสี่ยงก่อนการลงทุน

วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2552

SCIB ขยายเวลาโปรโมชั่นสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำพิเศษ 2 ปีแรก


ธนาคารนครหลวงไทยขยายเวลาโปรโมชั่นสินเชื่อเคหะอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษ 2 ปีแรก ภายใต้แนวคิด “สินเชื่อบ้านเลือกง่าย ๆ ดอกเบี้ยเบา ๆ พร้อมลดหย่อนภาษีเต็ม ๆ” กับข้อเสนออัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น MLR ลบ 3.25% ต่อปี วงเงินกู้สูงสุด 95% ของราคาประเมิน ระยะเวลากู้นาน 30 ปี จนถึงสิ้นเดือนมิถุนายนนี้

ธนาคารนครหลวงไทยขยายเวลาโปรโมชั่นสินเชื่อเคหะอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษ 2 ปีแรก สำหรับลูกค้ารายย่อยที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยสำหรับบ้านใหม่ในโครงการที่ธนาคารร่วมสนับสนุนหรือเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือรีไฟแนนซ์ (Refinance) ดอกเบี้ยพิเศษ 2 ทางเลือก ได้แก่

ทางเลือกที่ 1 อัตราดอกเบี้ยลอยตัว ปีที่ 1-2 อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (MLR) ลบ 3.25% ต่อปี หลังจากนั้นคิดอัตราดอกเบี้ย MLR ลบ 1.00% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา

ทางเลือกที่ 2 อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1 ปี เท่ากับ 1.99% ต่อปี หลังจากนั้นคิดอัตราดอกเบี้ย MLR ลบ 1.00% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา ส่วนลูกค้าที่ขอกู้ในโครงการทั่วไปหรือบ้านมือสอง ปีแรกคิดอัตราดอกเบี้ยคงที่เท่ากับ 3.99% ต่อปี หลังจากนั้นคิดอัตราดอกเบี้ย MLR ลบ 0.5% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา วงเงินกู้สูงสุดถึง 95% ของราคาประเมิน ระยะเวลาการกู้สูงสุด 30 ปี โดยสามารถเลือกรับเงื่อนไขอัตราดอกเบี้ยได้ถึงภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2552

การปล่อยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารยังคงใช้แนวคิด การเสนออัตราดอกเบี้ยต่ำเฉลี่ย 2 ปีแรกเป็นหลัก ซึ่งมองว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้กู้ในระยะยาวมากกว่าที่จะเลือกใช้กลยุทธ์อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี เพียงระยะเวลาสั้นๆ และดอกเบี้ยจะสูงขึ้นทันทีหลังจากนั้น เนื่องจากทำให้ผู้กู้สามารถ ใช้สิทธิประโยชน์ในการขอลดหย่อนทางภาษีสูงสุดปีละ 100,000 บาท