วันอังคารที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2550

น.ส.อังคณา ตรีรัตนาทิพย์ อายุ 22 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ครองมงกุฎนางสาวไทยประจำปี 2550


น.ส.อังคณา ตรีรัตนาทิพย์ อายุ 22 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงครองมงกุฎนางสาวไทยประจำปี 2550 ในการประกวดรอบตัดสิน ณ ศูนย์การประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา รับรางวัลมูลค่ากว่า 4 ล้านบาท โดยก่อนหน้านี้ได้รับตำแหน่ง Miss Healthy, Miss Perfect และนางงามมิตรภาพ

ส่วนผู้รับตำแหน่งรองอันดับ 1 ได้แก่ น.ส.ภัทรา เทพหัสดิน ณ อยุธยา หรือ “น้องมีนา” อายุ 24 ปี จบปริญญาตรีด้านสื่อและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย และรองอันดับ 2 น.ส.ชมพูนุช ลออวรรณากร หรือ “น้องน้ำผึ้ง” อายุ 20 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะเทคโนโลยีและสารสนเทศ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง โดยน้องน้ำผึ้งแสดงความจำนงขอรับตำแหน่งนี้ เนื่องจากป่วยระหว่างการประกวดทำให้ไม่สามารถขึ้นเวทีในรอบ 3 คนสุดท้ายได้

“น้องอ้อ” นางสาวไทยประจำปีนี้ เปิดเผยว่า ระหว่างประกวดแอบหวังตำแหน่งนางสาวไทย ทว่าทุกอย่างไม่แน่นอน เมื่อได้รับรางวัลก่อนหน้านี้หลายรางวัล จึงอดคิดไม่ได้ว่าอาจพลาดมงกุฎนางสาวไทย ที่ได้ตำแหน่งคงเป็นเพราะบุคลิกภาพและความพร้อม โดยก่อนประกวดอ่านหนังสือหาความรู้รอบตัวตลอดเพื่อให้ตอบคำถามอย่างมั่นใจ สำหรับสิ่งแรกที่อยากทำคือไปเคารพศพบิดา ซึ่งเสียตั้งแต่ตนอายุ 10 ขวบ ขณะอยู่บนเวทีนึกถึงบิดาตลอด ขอให้ช่วยทำความฝันสำเร็จ เพราะบิดาทราบดีว่าอยากเป็นนางสาวไทย ส่วนเงินรางวัลที่ได้รับส่วนหนึ่งเก็บเป็นทุนการศึกษาระดับปริญญาโท ด้านเศรษฐศาสตร์ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแล้ว อีกส่วนหนึ่งนำไปทำบุญให้บิดา และมอบให้องค์กรการกุศล

นางสาวไทยประจำปีนี้ เปิดเผยว่า ในวัยเด็กนอกจากฝันอยากเป็นนางสาวไทยแล้ว ยังมีความฝันเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย แต่เมื่อโตขึ้นจึงรู้ว่าเป็นเรื่องที่ยาก จึงเปลี่ยนความคิดเป็นอาจารย์แทน ก่อนหน้านี้เคยเข้าประกวดมิสคังเซนเคนโกในปี 2549 และได้รับตำแหน่งมิสคังเซนเคนโก,ขวัญใจช่างภาพ และนางงามผิวสวย รวมทั้งเข้าประกวดมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ประจำปี 2549 ผ่านเข้ารอบ 44 คนสุดท้าย ทุกครั้งที่ประกวดมารดาให้การสนับสนุนด้วยดี สำหรับอนาคตหากมีโอกาสเข้าวงการบันเทิงอยากทำงานด้านเดินแบบ

“การเป็นนางสาวไทยนอกจากความสวยแล้ว ความรู้และไหวพริบในการตอบคำถามมีส่วนสำคัญ เชื่อว่าเพื่อนทุกคนสามารถตอบคำถามได้หมด อยู่ที่ว่าใครสามารถควบคุมตัวเองไม่ให้ตื่นเต้นได้ดีกว่ากัน บอกตัวเองเสมอว่าต้องทำได้ ทำให้ดีที่สุด เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง ส่วนเรื่องหัวใจยังไม่มีใครมาจีบ ไม่ได้วางสเปกผู้ชายไว้ ขอแค่เข้ากันได้ และมีความเข้าใจกันก็พอ คติที่ยึดอยู่ในใจคือ คิดดี ทำดี รักและให้อภัยคนอื่น”

วันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2550

น้กร้องสาวบี ยอนเฃ่ ถึงไทยแล้ว


น้องส้ม-กนกกร ใจชื่น มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2007 มอบพวงมาลัยให้การต้อนรับนักร้องสาวบียอนเซ่ ที่สนามบินดอนเมือง เพื่อเตรียมมาเปิดคอนเสิร์ตใหญ่ ที่อิมแพค เมืองทองธานี วันที่ 30 ต.ค. 2550นี้

วันอาทิตย์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2550

เจมส์ เฮนเดอร์สัน กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิค บริษัท ฟูจิซีร็อกซ์ พรินเตอร์ ฉลอง 30ปีแห่งความสำเร็จ


เจมส์ เฮนเดอร์สัน กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิค บริษัท ฟูจิซีร็อกซ์ พรินเตอร์ กล่าวว่า บริษัทฯ พัฒนาเครื่องพิมพ์เลเซอร์อย่างต่อเนื่อง และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากคู่ค้า ทำให้ ฟูจิซีร็อกซ์ พรินเตอร์ ในประเทศไทยมีอัตราการเติบโตเพิ่มมากขึ้น เห็นได้จากยอดขายเครื่องพิมพ์เลเซอร์และเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชั่นเฉพาะไตรมาส 2 ของบริษัทฯ ที่ผ่านมากว่า 9,000 เครื่อง คิดเป็นอัตราการเติบโตมากกว่า 85% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2549
กก.ผจก.ประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิค บ.ฟูจิซีร็อกซ์ฯ กล่าวต่อว่า จากผลงานที่ผ่านมานับเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จของฟูจิซีร็อกซ์ฯ ในฐานะองค์กรธุรกิจด้านเครื่องพิมพ์เลเซอร์ที่เติบโตเร็วที่สุด ทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิค โดยปี 2550 นี้บริษัทฯ ยังเน้นกลยุทธ์ “Customer First” เพื่อย้ำถึงความสำเร็จในการเข้าถึง ความต้องการของลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งในปีนี้บริษัทฯ ได้เปิดตัวเครื่องพิมพ์เลเซอร์กว่า 10 รุ่น อาทิ DocuPrint C2100/C3210DX, DocuPrint C3055DX, DocuPrint 2065/3055, Phaser 4510, DocuPrint C2090FS ฯลฯ โดยที่ผ่านมาล้วนได้รับการตอบรับที่ดี จากลูกค้าในเรื่องของคุณภาพการพิมพ์
นายเฮนเดอร์สัน กล่าวอีกว่า จากรายงานของไอดีซี เกี่ยวกับยอดขายเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชั่น (MFP) รายไตรมาสในเอเชีย-แปซิฟิค ระบุว่า ตลาดเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชั่นรวมเติบโต 28% เมื่อเทียบกับปี 2548 ยอดขายทั้งหมดอยู่ที่ 8.1 ล้านเครื่องในปี 2549 ทั้งนี้ ยอดขายเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชั่นแบบเลเซอร์เติบโตในอัตราที่สูงถึง 46% เมื่อเทียบกับปี 2548 โดยมียอดขายสูงกว่า 2 ล้านเครื่องในปี 2549 ส่วนตลาดเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชั่นแบบสีคิดเป็นสัดส่วน 5% ของยอดจำหน่ายเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชั่นแบบเลเซอร์ทั้งหมดในปี 2549 และคาดว่าสัดส่วนดังกล่าวจะเพิ่มเป็น 9% ภายในปี 2554
“บริษัทฯ ตระหนักและเล็งเห็นถึงความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งมุ่งมั่นต่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นตัวอย่างหนึ่งของเรื่องนี้ คือ การพัฒนาและจัดจำหน่ายเทคโนโลยี “โซลิดอิงค์” (Solid Ink) ที่ช่วยลดปริมาณการใช้วัสดุสิ้นเปลืองได้มาก ทั้งยังขจัดการใช้ตลับหมึก ลดปริมาณขยะจากเศษวัสดุสิ้นเปลืองได้ถึง 90% ตลอดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ และทั้งนี้เครื่องพิมพ์ทุกรุ่นยังได้รับเครื่องหมายรับรอง Energy Star โดยเป็นมาตรฐานสากลสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่ประหยัดพลังงาน รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ใช้พลังงานน้อยกว่า ประหยัดค่าใช้จ่าย และช่วยปกป้องสิ่งแวดล้อม” กก.ผจก.ประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิค บ.ฟูจิซีร็อกซ์ฯ กล่า ว
ด้าน นายรังสรรค์ นรัจฉริยางกูร ผู้จัดการประจำเทศไทย ฟูจิซีร็อกซ์ พรินเตอร์ กล่าวว่า ประเทศไทยมียอดขายในครึ่งแรกปี 2550 ทั้งเครื่องเลเซอร์ขาวดำและสีคิดเป็นอัตราส่วน 11% ของมูลค่าตลาดรวม การทุ่มเทความพยายามไปเต็มที่ไปกับการตลาด การสร้างแบรนด์ และการพัฒนาช่องทางจัดจำหน่าย และการได้มอบคุณประโยชน์ที่เหนือกว่า ให้แก่ลูกค้าด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีการพิมพ์ที่ก้าวล้ำ ทำให้ผลประกอบการของบรษัทฯ สูงเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ในปีนี้ และเชื่อมั่นว่าจะขยายธุรกิจให้เติบโตได้ต่อเนื่อง และสร้างผลประกอบการที่ดีเยี่ยมในปี 2551
รายงานข่าวแจ้งว่า รายงานล่าสุดของไอดีซี ระบุว่า ตลาดเครื่องพิมพ์เลเซอร์มัลติฟังก์ชั่นทั้งสีและขาว-ดำ ของประเทศไทย ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2550 โดยรวมเติบโต 25% เทียบกับครึ่งปี 2549 โดยยอดขายทั้งหมดอยู่ที่ 29,700 เครื่อง เครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชั่นแบบสีคิดเป็นสัดส่วน 2.6% ของยอดจำหน่ายเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชั่นแบบเลเซอร์ทั้งหมดในครึ่งปี 2550 ส่วนฟูจิซีร็อกซ์ฯ ตั้งเป้ายอดขายไว้ประมาณ 30,000 เครื่องในปีนี้ หรือมีการเติบโตเมื่อเทียบกีบปีก่อน 50% สำหรับส่วนแบ่งการตลาดล่าสุด ในกลุ่มเลเซอร์ พริ้นเตอร์ขาวดำมีส่วนแบ่ง 9.9% และเครื่องพิมพ์เลเซอร์สีมีส่วนแบ่งการตลอดอยุ่ประมาณ 9.7% รวมแล้วมียอดขาย 19,000 เครื่อง

วันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2550

นางฟ้ากีฬา

ประเพณีลอยกระทง

"ท่านผู้หญิงจงกล กิตติขจร" พร้อมด้วย"สุวิทย์ ยอดมณี"เดินทางเข้าลงนามถวายพระพร"



"ท่านผู้หญิงจงกล กิตติขจร" พร้อมด้วย"สุวิทย์ ยอดมณี"เดินทางเข้าลงนามถวายพระพร"ในหลวง-พระพี่นางฯ"ที่รพ.ศิริราช ขณะที่บรรยากาศทั่วไป ประชาชนยังหลั่งใหลมาลงนามถวายพระพรไม่ขาดสาย ขณะที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้นำกำลังนักเรียนนายร้อยตำรวจ 120นาย มาช่วยดูแลความปลอดภัยภายในโรงพยาบาลด้วย
ดร.สุวิทย์ ยอดมณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมครอบครัวได้เดินทางมาลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ครอบครัว ณ ศาลาศิริราช 100 ปี พร้อมให้สัมภาษณ์ว่าเมื่อทราบว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระอาการดีขึ้นแล้วก็รู้สึก ส่วนพระอาการประชวรของพระพี่นางฯ แม้จะรู้จากแถลงการณ์ว่าท่านดีขึ้นแล้วแต่ก็ยังคงเป็นห่วง และยังตั้งจิตอธิษฐานพร้อมพยายามตั้งใจน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายกำลังใจให้ท่านหายเร็วๆ

ท่านผู้หญิงจงกล กิตติขจร ภริยาจอมพลถนอม กิตติขจร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รู้สึกเป็นห่วงในพระอาการแม้ว่าจะทราบว่าพระอาการทรงดีขึ้นแล้วแต่ก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้ ทั้งนี้เคยมีโอกาสถวายงานใต้เบื้องพระยุคลบาททำให้ทราบว่าพระองค์ทรงงานหนักมาก โดยเฉพาะการเสด็จทรงงานต่างจังหวัดซึ่งพระองค์เสด็จเป็นประจำ ดังนั้น ตนจึงขอถวายพระพรให้พระอาการเป็นปรกติโดยเร็ว

ด้านพล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ช่วยผู้บัญชาตำรวจ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า วันนี้ได้นำนักเรียนนายร้อยตำรวจชั้นปีที่ 3 จำนวน 120 นาย มาช่วยเสริมกำลังการทำงานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลความเรียบร้อยในโรงพยาบาลศิริราชโดยเสริมกำลังในจุดล่อแหลมใหญ่ได้แก่ จุดลงนามถวายพระพร และจุดแจกอาหาร จำนวน 4 จุด แบ่งกำลังออกเป็น 3 ผลัด ๆละ 40 นาย โดยมีการแจกจ่ายภาพผู้ต้องสงสัยก่อเหตุล้วงกระเป๋าไปยังเจ้าหน้าที่ประจำจุดต่างๆ เพื่อให้ช่วยกันจับตามอง

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า บรรยากาศในศาลาศิริราช 100 ปีบางตาลงเล็กน้อยแต่บริเวณลานพระราชนุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนกยังแน่นไปด้วยคลื่นมหาชนสีเหลือง ที่จุดธูป-เทียน สักการะพร้อมอธิษฐานขอพรให้ทั้ง 2 พระองค์หายประชวรในเร็ววัน

น.ส.ภัทรา เทพหัสดิน ณ อยุธยา หรือน้องมีนา คว้ารางวัลนางงามผิวสวย


น.ส.ภัทรา เทพหัสดิน ณ อยุธยา หรือน้องมีนา คว้ารางวัลนางงามผิวสวย ในการประกวดนางสาวไทยประจำปี 2550 โดยการประกวดรอบสุดท้ายจะมีขึ้นในคืนวันเสาร์ที่ 27 ต.ค. นี้ ที่อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพคเมืองทองธานี.